ข่าวล่าบอกว่าคนทำงานบ้านเราติดอันดับ
"งานหนัก เงินเดือนน้อย" ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไรเลย
เพราะมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ
ต่างรู้และทนกันอยู่มาตั้งนมนานกาเล
โศกนาฏกรรมนี้ก็หนีไม่พ้น พล็อตเรื่องดิม ๆ อันน่าเบื่อ
เป็นต้นว่า เงินเดือนขึ้นทีถ้าไม่เพ่งดี ๆ
ก็แทบไม่สังเกตุเห็นตัวเลขที่เพิ่มมา
ไหนจะงานล้นมือที่ต้องสะสางเกินเวลา
โดยไม่ได้เงินสักสตางค์แดงเดียว

ให้เงินตามเวลาก็ทำงานตามเวลา
ถ้าไม่มีโอที ไม่มีค่ารถ ค่าอาหาร ถ้าต้องเลิกงานดึก
ก็ไม่มีอะไรจะแฟร์ไปกว่าการเข้างานตามเวลาและเลิกงานตามเวลา
แต่คุณก็ต้องทำงานเสร็จสิ้นด้วยนะเออ ซึ่งชาวเราน้อยคนที่จะทำเช่นนี้ได้
ทั้งที่ชาติที่เขาพัฒนาแล้วใช้มุขง่าย ๆ นี้
ทำให้ประเทศชาติเจริญทั้งนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยเราก็มีความคิดผิดๆ
หลายอย่างในเรื่องการใช้เวลา ทำให้แบ่งเวลาการทำงานอย่างไม่ฉลาดเอาเสีย
เลย งานก็ออกมาไร้ซึ่งประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเสมอ
++ ชาวเราชอบคิดว่าถ้ามีเวลาในการทำงานมาก ๆ
แล้วงานจะออกมาดี
ทั้งที่จริงแล้วยิ่งคุณใช้เวลามากเท่าไหร่ กายใจก็ยิ่้งล้าลงเรื่อยๆ
และเมื่อนั้นแหละแทนที่งานจะเสร็จเร็วและดีเลิศ
ก็กลายเป็นว่าต้องใช้เวลามากกว่าเดิมถึง 5 เท่า
++ด้วยงานกองมโหฬาร ทำให้เราพยายามกลายร่างเป็น
superwoman
แล้วทำหลาย ๆ อย่างในคราเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
ต่อให้คุณสมาธิสูงขนาดไหน สมองมนุษย์เราก็เอาไม่อยู่หรอกคะ
ซ้ำจะยิ่งช้าเข้าไปใหญ่ ทางที่ดีต้องหัดวางแผน
วางลำดับความสำคัญและเร่งด่วนของงานแต่ละชิ้น
แล้วตะลุุยไปทีละอย่าง
++อีกข้อที่้เราควรจำใส่ใจ คือ เมื่อมาถึงออฟฟิศตอนเช้า
สมองกำลังปลอดโปร่ง ให้ทำงานส่วนของตัวเองก่อนเลย
ทำซะให้มากที่สุด ทำให้เสร็จสิ้นเลยยิ่งดีคะ
จะได้ปลอดโปร่งสบายตัวไป
ช่วงบ่ายค่อยเช็คอีเมลล์ หรือเอกสารรายงาน
ที่ผู้คนรุมกระหน่ำขอความช่วยเหลือมาว่าให้คุณทำโน่นทำนี่ให้
แค่นี้ก็เหลือแค่งานช่วย ไม่ต้องอยู่โยงทำจนดึกดื่นก็ได้เห็นมั๊ยคะ
รายได้จำเขี่ย งานก็ต้องจำกัด
ระยะนี้ขอขึ้นเงินเดือนคงยาก
แต่ทั้งนี้คุณก็ควรรู้อยู่เสมอว่าอัตราค่าจ้าง
ที่คนทำงานระดับคุณพึงได้นั้นอยู่ที่ระดับเท่าไร
เพราะถึงแม้ว่านายจ้างจะยังไม่สามารถจ่ายคุณเป็นตัวเงินได้
แต่อย่าลืมว่าคุณอาจขอใช้ผลประโยชน์อย่างอื่นแทนได้นี่น่า
ต่อไปนี้ คือสิ่งที่รวบรวมมาได้ว่ามนุษย์เงินเดือน
บ้านเราลองทำแล้วได้ผล
++สาวออฟฟิศคนหนึ่ง
เลือกวิธีเก็บความไม่พอใจเรื่องเงินเดือนที่ต่ำกว่าเกณฑ์
ไว้ในใจ แล้วขอเลิกงานเร็วแทน โดยเธอใช้ข้ออ้างสวย ๆ
ว่ากำลังเรียนต่อในช่วงเย็น
ความจริงก็คือเธอพบว่าสำหรับงานของเธอ
นั้นยิ่งอยู่ในออฟฟิศนานเท่าไหร่
ก็จะมีคนเอางานมาสุมให้ช่วยไม่จบไม่สิ้น
ถ้าออกจากออฟฟิศได้ไวก็หมดปัญหา
++ช่วงน้ำมันแพง พนักงานบริษัทหนึ่งขออฟฟิศให้มีวัน
Work from home คือสามารถทำงานที่บ้านได้ 1 วัน
ทำให้ประหยัดค่าเดินทางแล้วยังแอบไปทำมาหาเงิน
เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ด้วยนะเนี่ย หุหุ
++มีวันหยุดวันลาเท่าไร ถ้าแลกเป็นโบนัสเหมือนแต่ก่อนไม่ได้
ก็ควรใช้สิทธิให้เกลี้ยง เอามาทำอะไรก้ได้ให้เป็นประโยชน์แก่ตน
อย่างน้อยเอามาพักกายใจ จากการที่โดนโขกสับก็ยังดีคะ
เงินน้อยแต่จอสวัสดิการแน่น ๆ
ถึงแม้เงินเดือนบริษัทน้อย แต่ถ้าได้สวัสดิการดี ๆ
ก็ยังแสดงให้เห็นว่ายังมีใจต่อกันอยู่บ้าง
บางทีอาจไม่รู้ว่าจะแสดงน้ำจิตน้ำใจตรงนี้ให้พนักงานอย่างไร
(หรือจะแกล้งทำมึนไม่มีให้) คุณก็อาจต้อง
ทำหน้าหนากล้าขอนิดหนนึ่ง เช่น
++ถึงงานจะหนักแต่ถ้าได้อุปกรณ์ทำงานใหม่ขึ้น
ไม่มีเสียให้เซ็ง คอมพิวเตอร์ก็ประมวลผลเร็ว
ลองได้แค่นี้ก็มีกะจิตกะใจทำงานขึ้นอีกเยอะ
++สาวทำงานคนหนึ่งเพิ่งงดโบนัสกลางปี
ทั้งที่เคยมีให้มาตลอด เธอก็เลยร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานทั้งแผนก
ขอให้บริษัทช่วยเพิ่มสวัสสดิการช่วยเหลือพนักงานบ้าง
สุดท้ายต่อรองจนได้ชากาแฟฟรี
และลดค่าที่จอดรถให้ครึ่งหนึ่งถึงไม่คุ้มเท่าโบนัส
แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยเนอะ